2007/Aug/27

รูปถ่ายนั้นนอกจากจะสามารถเก็บภาพความประทับใจไปสู่การแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ เกิดความสุนทรีย์ทางอารมณ์ หรือไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปถ่ายเพื่อสื่อถึงสิ่งต่างๆและนำไปใช้ในงานสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆอย่างหลากหลาย

แต่...

คุณรู้ไหมว่า รูปถ่ายสามารถช่วยบำบัดจิตใจของคุณได้?

รูปถ่ายบำบัด นั้นมีเทคนิคในการบำบัดด้วยวิธีการนำรูปถ่าย(ของผู้ที่รับการบำบัด) snapshots, self-portraits, รูปถ่ายของครอบครัว หรือจะเป็นรูปถ่ายของผู้รับการบำบัดที่ถ่ายโดยคนอื่น มาใช้เพื่อการบำบัด และ ความรู้สึก, ความทรงจำ, ความคิด และ รายละเอียดข้อมูลต่างๆของผุ้รับการบำบัดจะถูกปลุกขึ้นมา ดั่งสารเร่งปฏิกิริยาทางเคมี สำหรับผู้บำบัดในการการสื่อสาร และ บำบัด
(สามารถทำด้วยตนเองได้ตลอด ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากเลย)

"PhotoTherapy Techniques use therapy clients' own personal snapshots and family photos (or "found" images taken by others) and the feelings, memories, thoughts and information these evoke as catalysts for therapeutic communication and healing."

Resources and More of Photo Therapy
http://www.phototherapy-centre.com/
http://www.cristinanunez.it/

ป.ล. 1แปลมั่วๆปนกับความคิดของตัวเองบ้างนิดหน่อย(แต่พยายามให้น้อยสุดแล้ว)อย่าว่ากันนา ไม่รู้จะใช้คำพูดภาษายังไงดีT-T

ป.ล. 2 ถ้ามีการเปิด Photo Therapy Workshop จะมีใครสนใจเข้าร่วมมั้ยคะ?

-----------------------------------

Example : "Thirdeye blinded"

"Human've always thought that they're visibly by just 2 Eyes; left n right...But in fact we have the THIRD EYE sleeping secretly..."

This is the answer i got when I asked my bro for help...I don't know what to call the kind of people who Loves to be what they are, but can not or are shy to show their real self (And some maybe confusing)... yes I mean Transexuals, Gays, Lesbians,or Whoever that's being like this case. ( Count me in! )

การตีความในมุมมองส่วนตัว : ถึงจะยอมรับและรับรู้ว่าตนเองเป็นนอกเหนือจาก หญิง และ ชาย เพศ ในแง่ของสรีระ การจำกัดสิทธิ หน้าที่ ฯลฯ ตามบริบทที่ (ผู้ที่มีอำนาจชี้นำ)สังคมได้กำหนดไว้ แต่ในความรู้สึกลึกๆก็ยังมีความรู้สึกที่ขัดแย้งสับสนในสภาวะที่ตนเองเป็น สิ่งที่ตนเองกำลังสวมใส่อยู่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการหรือ? หรือเป็นเพราะสังคมและสภาวะแวดล้อมรอบข้างๆต่างๆทำให้เขากลัวในสิ่งที่ตัวเขาเป็น?
(ตอนแต่งตัวเค้าชอบมาก แต่ไม่คิดว่าพอถ่ายรูปออกมาแล้วจะเห็นว่าเขาเป็นแบบนี้ พอถามเค้า เค้าก็บอกว่ารู้สึกแบบที่แอบตีความก่อนหน้าเลย...)

เดี๋ยวมาต่อทีหลังนะ ขอไปสลบก่อน จ้า :]

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เพิ่งรู้นะครับ ว่ามีการบำบัดลักษณะนี้ด้วย

น่าสนใจเหมือนกัน

คงเพราะเป็นช่องทางที่เข้าถึงค่อนข้างง่าย สำหรับคนแทบทุกประเภท อีกทั้งเป็นการแสดง"ความจริง"(ที่ผ่านไปแล้ว)ได้ชัดเจนอันดับต้นๆ

ในที่นี้(คือ เอามาใช้เป็นการบำบัด)
ผมเข้าใจว่า ประเด็นหลักคือการถ่ายทอดความเป็น"เรา"
กับผู้เข้าร่วมบำบัดคนอื่น และกับตัวเอง
ตามกฎของมนุษย์(ที่ผมอาจเข้าใจไปเอง)
ว่าทุกคนล้วนต้องการความรักจากผู้อื่น
และเป็นความรักระดับ"ตัวตน"
ซึ่งมากกว่าความรักในปัจจัยภายนอก
อย่าง รูปร่างหน้าตา การงาน อำนาจ หรืออะไรก็แล้วแต่
ที่ในปัจจุบันนี้มีบทบาทมากกว่าความรักแท้จริง
มนุษย์ในทุกวันนี้ถึงรู้สึกขาดเกินๆ และทุกข์อยู่ตลอดเวลา
(เอ หรือผมรู้สึกอยู่คนเดียว ....ตาย_่าแล้ว)

ผมขออนุญาตตีความว่า photo tharapy
คือการถ่ายทอดความเป็นตัวตนที่แท้
เพื่อให้เกิดความรักและความเข้าใจที่สามารถ"รักทั้งหมดที่เป็น"
(ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น) น่าจะเป็นจุดหมายของการบำบัด

-อืม แต่ที่ยกตัวอย่างมานี่ เป็นเรื่องสถานะทางเพศสินะครับ

ผมว่าถ้าการบำบัดด้านนี้ได้ผลดี
น่าจะเอามาใช้กับประเด็นอื่นๆ ได้อีก
เพราะส่วนตัวแล้ว
ผมคิดว่าการเชื่อมต่อกันเองของมนุษย์ และต่อธรรมชาติอย่างราบลื่น
เป็นหนทางที่ดีทึ่สุดในการยกระดับจิตใจ
และสร้างความสงบกับชีวิตอย่างได้ผล


-เห็นแบบนี้แล้ว
ผมก็ชักอยากจะทำความรู้จักกับตัวเองในสถานะนักมวยปล้ำดูบ้าง
คิดดู ยอมเจ็บเพื่อให้คนอื่นมีความสุข
ยิ่งเจ็บมากคนดูยิ่งชอบใจมาก ไม่รู้ทนกันไปได้ไง
ในใจเค้าจะเกลียดคนดูมากกว่าคู่ต่อสู้ตรงหน้าหรือปล่าว?

วันดีคืนร้าย ผมอาจลุกขึ้นมากลางดึก
ใส่ชุดนักมวยปล้ำ แล้วถ่ายรูปมาโพสต์ลงบล๊อคก็เป็นได้
แต่คงไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกครับ(555)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์อีกครั้ง
(ผมอาจ comment เยิ่นเย้อ-รุงรังไปบ้าง
อย่าได้ถือสานะครับ)
#1  by  skullman At 2007-08-31 20:50, 
ยินดีทุกครั้งสำหรับคอมเม้นท์จากคุณ skullman คะ :)

จริงๆจะเรียกว่ายังงั้นก็ได้หละคะ ในความคิดของเรานะคะ)่มันมากกว่าการถ่ายทอด แบบ อย่างเช่นแบบ art therapy
แต่ยังเป็นสิ่งสะท้อน เหมือนคนเราที่มักจะเห็นตัวเองจากกระจกสะท้อนมองเห็นด้านเดียว
แต่ photo therapy เหมือนกระจกรอบด้าน หรือเป็นกระจก(รึกล้องหว่า) สะท้อนสิ่งที่เราซ่อนไว้ ซึ่งบางทีแม้กระทั่งตัวเราเองก็ยังไม่รู้ตัว ว่าเราเป็นอย่างงี้จริงเหรอ

เมื่อก่อนเราเห็นคนที่ชอบถ่ายรูปตัวเอง หล่อๆ สวยๆ เก๊กๆ ท่าเดิมๆ หน้าเดิมๆ แบบถ่ายอยู่น๊านนแหละ เหนจนเบื่อละ ก้อจะว่าเค้าหลงตัวเองรึไงวะ
แต่ตอนนี้เราไม่คิดแบบนั้นเลย
กลับทำให้เราคิดว่า การที่ได้เห็นตัวเองดูดี ก็คงช่วยเสริมความมั่นใจในตัวเค้า ให้เค้ารักตัวเอง รู้สึกดีกับตัวเอง แต่ก็คงไม่ได้รู้จักตัวเองลึกซึ้งกว่านี้ในด้านอื่นๆเท่าไหร่


ในส่วนด้านการบำบัดนั้นก็เป็นเหมอืนที่คุณ skullman เข้าใจเลยคะ เป็นการเติมเต็มจากการแบ่งปันคนรอบข้าง (รวมทั้งตัวเราเองด้วย)

เราเป็นคนที่สื่อสารทางภาษาและการพูดจาไม่เก่งเท่าไหร่
เวลาเราไม่สบายใจ หรือมีเรื่องราวอะไรเรามักจะแอบถ่ายตัวเอง
แล้วกลับมานั่งดู มันเหมือนเราได้คุยกับตัวเอง ได้เห็นคนที่แย่กว่า แล้วเราก็จะรู้สึกดีขึ้นโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ
บางครั้งก็โพสในเว๊บบ้าง ..comments ของคนรอบข้างสำคัญจริงๆ โดยเฉพาะเวลามี comment ที่เข้าใจ ให้กำลังใจและเข้าถึง สิ่งที่เราพยายามจะพูด

แต่ก็มีบางที (ช่วงแรกๆ ที่เพิ่งเริ่มวุ่นๆกะศิลปะ)
จะมี comment ประเภทอวดภูมิ แนะนำติติง ข้อผิดพลาด เทคนิค บลา บลา ซึ่งตัวเราไม่ได้ต้องการจะอวดกว่ารูปสวย เก่งดีเลิศอะไรเลย แต่แค่ต้องการระบายเล่าเรื่องบ่นๆตามประสา
(แต่นั่นก็เป็นข้อดี ที่ทำให้เกิดการพัฒนาในส่วนภายนอกของรูป (ภายในยังโรคจิตเหมือนเดิม 555)ก้อมีคนมาฟังเราบ่นเพิ่มขึ้น และทำให้เรา เปิดใจกว้างมากขึ้น เพราะคนเราไม่เหมือนกันเป๊ะๆเลยซักคน ละจะมีใครมาเห็นดีเห็นงามกะเราไปหมดไม่มี)

ทุก comments ไม่ว่าจะดีจะแย่ก็มีความหมาย แต่จะในด้านจิตใจรึเรื่องตัวงานที่บางคนนับเป็นชิ้นวัตถุ ก็ แยกแยะออกจากกันไป ไม่เอามาปน เดี๋ยวเครียดละเครียดอีกพอดี ห้าๆๆ

คุณ skullman ลองทำดูนะคะ

ป.ล.ขอโทษนะคะที่ไม่ได้จะกลับมา update ตามที่บอกเลย -___-'' คือช่วงนี้ขี้เกียจมากงะ แต่จะพยายามนะคะ :)
#2  by  deathdoll At 2007-09-01 06:00, 
ละ ไม่อัพล่ะ
โห
คนเค้ารออ่าน

จริงๆนะ....คเราใช้ตาที่ 3 น้อยเกินไป.......


#3  by  Tabitha Vixx At 2007-12-13 22:04, 
ช่วงก่อนลืม password อะ เลยลืมที่จะมาเขียนต่อไปหมดแล้ว กร๊ากกกกกก sad smile
เขินหวะ cry
#4  by  deathdoll At 2007-12-15 03:41, 
^
^
เฮ้อ พี่กรู
55555555
#5  by  Tabitha Vixx At 2008-01-04 10:34, 

<< Home