14/07/07
(09/07/07 : Part of My Heart Was Ripped)
ที่งานของยาย เราพูดคุยร่าเริงกับแขกที่มาร่วมงาน ยิ้มแย้มเฮฮาตามปกติ
เพราะเรารู้ว่า ยายพ้นทุกข์ พ้นกรรมของชาตินี้แล้ว
ยายจะไปสู่สุขคติภพและที่ๆดีกว่าโลกนี้แน่นอน
แต่นั่นคงเป็นเพราะเราเคยชินกับรูปแบบของการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมโลกแบบนี้ด้วยหละ
...โดนญาติแอบดุเลยว่าสำรวมหน่อย เหอะๆ
นะ จะให้อดไม่ดีใจได้ไงอ่า ที่ได้เจอกะญาติสนิท(แวน)ที่ไม่เจอกันมาชาติเศษอะ
ละตอนนั้นแขกก้อไม่มีอยู่แถวนั้นซะหน่อยนินา
ป.ล. ขอบคุณนะคะพี่ที่เป็นห่วง หนูรู้จักกาละเทศะนะคะ ^^ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกคะพี่
(แต่หนูเป็นพวกยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุนะ โดนว่าก็ยิ่งทำแม่ง ตามสันดานของคนดื้อเงียบ เหอๆ)
จะให้เราเป็นพวกทำตัวเก๊กซึม ก็คงจะไม่ได้ เราไม่ชอบทำอะไรฝืนใจ
แต่ใครจะรู้ ที่เห็นเราหัวเราะ ยิ้มแย้ม ใช่ว่าเราจะไม่เสียใจ
การที่คนที่เรารักมากที่สุด ไม่ได้อยู่บนโลกใบเดียวกันนี้กับเราอีกแล้ว มันเศร้านะ
ทั้งๆที่คิดว่าวันนี้ต้องมาถึงซักวัน
เพราะรู้ว่าสุขภาพกับสังขารของยายมันไม่แข็งแรง มันอ่อนแรงมากแล้ว
เรามักจะบอกให้ยายรอหน่อยนะหญิงยังไม่จบ ถ้าจบต้องไปงานรับปริญญาของหญิงนะ
แล้วเราก็ไม่เคยบอกยายว่าจบซักกะที เพราะอยากให้ยายอยู่รอเราอีกหน่อย
..จนถึงตอนที่เราสามารถดูแลยายให้สบาย อยู่ด้วยเป็นเพื่อนได้ตลอดให้ไม่เหงา
อยากให้ยายมีความสุขมากๆที่สุดด้วยตัวเรา
ตอนนี้มันไม่ทันแล้ว เพราะเราเกิดช้าเกินไปรึเปล่า ... ไม่รู้สิ
(ยาย 99 เรา 24 ..75 ปี ที่ห่างกัน ถ้าเราเกิดไวกว่านี้ก็คงจะดี...แม่ง)
แต่นะ ตอนที่เค้าจะย้ายร่างของยาย่ในตู้แช่แข็ง มาใส่ในโลง
(ไม่ต้องใช้ฟอมาลีนให้แสบตาละนะยะ เดี๋ยวนี้)
ทันทีที่เห็น เราถึงได้รู้ว่า ก่อนหน้านี้ที่เรายิ้มๆหัวเราะขำๆได้
เพราะเรากำลังหลอกตัวเองอยู่ว่า ยายไม่ได้ไปไหน
ยายยังคงต้องนอนป่วยในห้องที่เดิมนะแหละ
...เอาแว่นตาอันโปรดของยายสวมให้ยาย
(ที่ถึงจะพังแล้ว ละตาของยายก็มองอะไรแทบไม่เห็น แต่ยายก็ชอบใส่ ^^)
...จับมือของยาย มันยังอุ่นๆอยู่เลย เหมือนยายแค่หลับไปเฉยๆ
เค้าหลอกเราอีกรึเปล่าว่ายายตายแล้ว??
กลับมาคราวนี้หญิงยังไม่ได้ กอดยาย หอมยายเลยนะ
แล้วนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่หญิงจะได้ทำ...หอมแก้มของยาย
เราไม่สนว่าใครจะว่าเราบ้า รึน่ารังเกียจที่ไปหอม ไปจับศพของยาย
...แก้มของยายยังนุ่มไม่ต่างกับครั้งสุดท้ายที่หญิงได้หอมยายเลย...
กลั้นน้ำตาแทบแย่ รีบหันหลังไป แล้วแอบร้องไห้...
ไม่ได้อายนะ แต่เราไม่อยากให้ใครมาปลอบใจ
ไม่คิดว่าจะร้องไห้เลย เพราะทำใจมานานแล้วหลังจากที่เห็นยายล้มทรุดคราวนั้น
แต่ น้ำตากูแม่งไหลไม่ยอมหยุด ... เหนื่อยไปหมดแม้กระทั่ง เหนื่อยที่จะหายใจ...
ความเป็นมนุษย์ของเรา นี่ทำให้เราอ่อนแอจังวะ...ไม่ดีเลย

Rest in peace, Granny...I love u n always will
(09/07/07 : Part of My Heart Was Ripped)
ที่งานของยาย เราพูดคุยร่าเริงกับแขกที่มาร่วมงาน ยิ้มแย้มเฮฮาตามปกติ
เพราะเรารู้ว่า ยายพ้นทุกข์ พ้นกรรมของชาตินี้แล้ว
ยายจะไปสู่สุขคติภพและที่ๆดีกว่าโลกนี้แน่นอน
แต่นั่นคงเป็นเพราะเราเคยชินกับรูปแบบของการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมโลกแบบนี้ด้วยหละ
...โดนญาติแอบดุเลยว่าสำรวมหน่อย เหอะๆ
นะ จะให้อดไม่ดีใจได้ไงอ่า ที่ได้เจอกะญาติสนิท(แวน)ที่ไม่เจอกันมาชาติเศษอะ
ละตอนนั้นแขกก้อไม่มีอยู่แถวนั้นซะหน่อยนินา
ป.ล. ขอบคุณนะคะพี่ที่เป็นห่วง หนูรู้จักกาละเทศะนะคะ ^^ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกคะพี่
(แต่หนูเป็นพวกยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุนะ โดนว่าก็ยิ่งทำแม่ง ตามสันดานของคนดื้อเงียบ เหอๆ)
จะให้เราเป็นพวกทำตัวเก๊กซึม ก็คงจะไม่ได้ เราไม่ชอบทำอะไรฝืนใจ
แต่ใครจะรู้ ที่เห็นเราหัวเราะ ยิ้มแย้ม ใช่ว่าเราจะไม่เสียใจ
การที่คนที่เรารักมากที่สุด ไม่ได้อยู่บนโลกใบเดียวกันนี้กับเราอีกแล้ว มันเศร้านะ
ทั้งๆที่คิดว่าวันนี้ต้องมาถึงซักวัน
เพราะรู้ว่าสุขภาพกับสังขารของยายมันไม่แข็งแรง มันอ่อนแรงมากแล้ว
เรามักจะบอกให้ยายรอหน่อยนะหญิงยังไม่จบ ถ้าจบต้องไปงานรับปริญญาของหญิงนะ
แล้วเราก็ไม่เคยบอกยายว่าจบซักกะที เพราะอยากให้ยายอยู่รอเราอีกหน่อย
..จนถึงตอนที่เราสามารถดูแลยายให้สบาย อยู่ด้วยเป็นเพื่อนได้ตลอดให้ไม่เหงา
อยากให้ยายมีความสุขมากๆที่สุดด้วยตัวเรา
ตอนนี้มันไม่ทันแล้ว เพราะเราเกิดช้าเกินไปรึเปล่า ... ไม่รู้สิ
(ยาย 99 เรา 24 ..75 ปี ที่ห่างกัน ถ้าเราเกิดไวกว่านี้ก็คงจะดี...แม่ง)
แต่นะ ตอนที่เค้าจะย้ายร่างของยาย่ในตู้แช่แข็ง มาใส่ในโลง
(ไม่ต้องใช้ฟอมาลีนให้แสบตาละนะยะ เดี๋ยวนี้)
ทันทีที่เห็น เราถึงได้รู้ว่า ก่อนหน้านี้ที่เรายิ้มๆหัวเราะขำๆได้
เพราะเรากำลังหลอกตัวเองอยู่ว่า ยายไม่ได้ไปไหน
ยายยังคงต้องนอนป่วยในห้องที่เดิมนะแหละ
...เอาแว่นตาอันโปรดของยายสวมให้ยาย
(ที่ถึงจะพังแล้ว ละตาของยายก็มองอะไรแทบไม่เห็น แต่ยายก็ชอบใส่ ^^)
...จับมือของยาย มันยังอุ่นๆอยู่เลย เหมือนยายแค่หลับไปเฉยๆ
เค้าหลอกเราอีกรึเปล่าว่ายายตายแล้ว??
กลับมาคราวนี้หญิงยังไม่ได้ กอดยาย หอมยายเลยนะ
แล้วนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่หญิงจะได้ทำ...หอมแก้มของยาย
เราไม่สนว่าใครจะว่าเราบ้า รึน่ารังเกียจที่ไปหอม ไปจับศพของยาย
...แก้มของยายยังนุ่มไม่ต่างกับครั้งสุดท้ายที่หญิงได้หอมยายเลย...
กลั้นน้ำตาแทบแย่ รีบหันหลังไป แล้วแอบร้องไห้...
ไม่ได้อายนะ แต่เราไม่อยากให้ใครมาปลอบใจ
ไม่คิดว่าจะร้องไห้เลย เพราะทำใจมานานแล้วหลังจากที่เห็นยายล้มทรุดคราวนั้น
แต่ น้ำตากูแม่งไหลไม่ยอมหยุด ... เหนื่อยไปหมดแม้กระทั่ง เหนื่อยที่จะหายใจ...
ความเป็นมนุษย์ของเรา นี่ทำให้เราอ่อนแอจังวะ...ไม่ดีเลย

Rest in peace, Granny...I love u n always will